เยี่ยมชมธรรมชาติใจกลางเมืองในสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์

แม้ว่าประเทศสิงคโปร์จะเป็นประเทศขนาดเล็กไม่ได้มีพื้นที่ในการใช้สอยอะไรมาก ทว่าในแต่ละปีมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปยังประเทศเล็กๆ แห่งนี้เพื่อสัมผัสกับความสวยงามของทั้งจากธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมา สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่มีความน่าสนใจมากๆ สำหรับสวนแห่งนี้ถือเป็นสวนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่น้อยในสิงคโปร์และของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกซึ่งถือว่าเป็นสวนแห่งแรกของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศประมาณว่าหากนึกถึงสิงคโปร์ก็ต้องนึกถึงสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ หรือนึกถึงออสเตรเลียก็ต้องนึกถึงโอเปรา เฮาส์ ทำนองนี้

มาเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์กับธรรมชาติที่งดงาม

สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1859 จากสมาคมเกษตรพืชสวนมีพื้นที่ 60 เอเคอร์ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่รกร้างของการเพาะปลูกในยุคก่อนหน้านี้ให้กลายมาเป็นสวนเพื่อกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ผู้คนที่มายังสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์แห่งนี้จะมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับตนเองไม่ว่าจะเป็นการวิ่งออกกำลังกายเบาๆ, การปิคนิคทานอาหาร, การนั่งผ่อนคลายใต้ต้นไม้อันแสนร่มรื่น หรือแม้แต่การออกเดทของคู่รักก็มีให้เห็นบ่อยๆ ภายในสวนแห่งนี้ ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางทำให้สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ยังเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยชั้นนำทางพฤกษศาสตร์และพื้นสวนอีกต่างหาก จุดเด่นอีกอย่างของสวนแห่งนี้ก็คือสวนกล้วยไม้แห่งชาติ ถือเป็นสถานที่จัดแสดงดอกกล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีพืชพรรณชนิดต่างๆ และดอกกล้วยไม้รวมกันกว่า 60,000 ต้น นอกจากสวนกล้วยไม้แล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์มรดกของสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ หรือ SBG Heritage Museum ที่มีการจัดแสดงในรูปแบบของอินเตอร์แอคทีฟและมัลติมีเดีย มีผนังกำแพงบอกรายละเอียดของมรดกแสนล้ำค่าเกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์แห่งนี้ด้วย ขณะที่ซีดีแอล กรีน แกลเลอรี มีการจัดแสดงงานต่างๆ อันมีความเกี่ยวข้องทางด้านพฤกษศาสตร์ถือว่างดงามและลงตัวอย่างมากเลยทีเดียว

สำหรับเด็กๆ จะได้สนุกสนานไปกับสวนสำหรับเด็กจาค็อบ บัลลาส เด็กๆ เหล่านี้จะได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณต่างๆ มากมาย ภายในยังมีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม เปิดไว้คอยให้บริการกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมยังสวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์แห่งนี้เพื่อจะได้อิ่มทั้งใจและอิ่มทั้งท้องไปพร้อมๆ กันด้วย การได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวแสนธรรมชาติแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะช่วยชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมต่อสู้กับการทำงานและสิ่งต่างๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากันต่อไปเมื่อกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง